❁ Chapter 3 The Discovery
posted on 08 Nov 2008 16:26 by comelyfay in Onimakai
Chapter 3
The Discovery
พลบค่ำอันยาวนาน ความมืดมิดที่มาเยือน
คือความกลัวที่โดนผู้ใหญ่หลอกครั้นยังเยาว์วัย ว่ามีผี หรือ ปิศาจ
ความมืดที่ไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้นเลยสำหรับ เด็ก ๆ ที่ชอบเที่ยวเล่น
แต่มันก็ทำให้ สัตว์บางจำพวกสามารถออกหากินในเวลานี้ได้
และ เจ้าหญิงโอนิ ก็คล้าย ๆ กับสัตว์จำพวกนี้... พวกหิวความเป็นอิสระ
" นี่หรือ ความมืดที่เคยทำให้เราคลุมโปงหดอยู่กับเตียง
ช่างไม่ต่างอะไรกับปืนฉีดน้ำที่มาจ่ออยู่ตรงหน้าเราเลย "
สาวน้อยเกล้าจุกแกละผมสีชมพู
กำลังยืนเผชิญหน้าอยู่กับ ความมืดไร้ก้น หน้าปากถ้ำของภูเขาเฮนัส
มันมืดสนิทแม้แต่แสงจันทร์ก็ยังมิอาจช่วยนำทางเข้าไปได้
ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าไปนั้น
จู่ ๆ ลมก็เริ่มพัดแรงขึ้น ลู่กับต้นไม้ดัง ซ่า ๆ อย่างสนั่นหวั่นไหวไม่มีหยุด
เมฆที่ลมหอบมาเริ่มบดบังแสงจันทร์ทีละน้อยจนสิ้นแสงสาดส่องลงมา
ราวกับมันกำลังท้าทายผู้มาเยือนอย่างสุดกำลัง
แต่ที่สุดของเจ้าหญิงโอนิมันก็เป็นแค่เรื่องสนุกและท้าทายเท่านั้น
แค่ขยับปากเพียง 2-3 คำ
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ก็หายไปเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แสงจันทร์เริ่มสาดส่องขึ้นอีกครั้งหนึ่งหลังจากเมฆเลือนหายไป
เป๊าะ!! พรึ่บ!!
ทันทีที่เจ้าหญิงโอนิดีดนิ้ว เปลวไฟก็ลุกโชดช่วงบนปลายนิ้วชี้ขวาขึ้นมา
ถึงจะดวงเล็กแต่ความสว่างเข้าขั้นระดับหลอดประหยัดไฟเบอร์ห้าเลยทีเดียว
ความมืดได้สยบต่อแสงจากเปลวไฟบนปลายนิ้ว
ล่าถอยทุกฝีเท้าที่เจ้าหญิงโอนิย่างกายเข้ามา
ผนังถ้ำภายในที่ขรุขระ หินย้อยและหนามงอกขึ้นเต็มทางเดินและเพดาน
หยากไย่รูป 8 เหลี่ยม สัญลักษณ์แห่งความพิศวง ปรากฎอยู่ทั่วไป
เพดานและผนังเริ่มแคบลงเมื่อเจ้าหญิงโอนิเดินเข้าไปลึกขึ้น ๆ
และ....ผนังเริ่มเรียบเหมือนถูกโบกฉาบด้วยฝีมือมนุษย์
" นั่นมัน!?...... "
ณ โถงกลางใจกลางตัวราชวังค์
ครึ่ก ๆ .... แอ๊ด~~~~
" มีเจ้าคนเดียวนะที่มาช้า... ซิล ไทรบัล องครักษ์ส่วนตัวของโอนิโอนิ "
เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูบานใหญ่ถูกเปิด
ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงคนนี้หันหลังให้กับประตูบานนั้น
ไม่แปลกที่เธอคนนี้จะทายถูก เพราะมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ
" ขออภัยอย่างสูง องค์ราชินี ข้ากำลังหาของสำคัญอยู่น่ะ จึงได้มาช้า"
คำถามของหญิงผู้เป็นราชินีถูกขานรับอยู่หลังประตูที่ถูกเปิด
ก่อนจะชะเง้อหน้าโผล่ออกมาให้เห็นตัวเต็ม ๆ
เขาคนนั้นมีรูปร่างท่าทางที่อ้อนแอ้น
หน้าที่หวานราวน้ำผึ้งธรรมชาติ ผมยาวเงินสลวยเหมือนหยาดน้ำค้าง
ปากชมพูระเรือกที่นุ่มนิ่มเหมือนไสไหม และ ดวงตาสีเทาโลหะเปล่งประกาย
ที่สวมเกราะตราประทับองครักษ์เจ้าหญิงแบบเต็มยศ...
จนยากยิ่งที่จะเชื่อว่า เขาเป็นชายทั้งแท่ง
" ช่างเถอะ ที่เราเรียกเจ้ามา เจ้าคงรู้แล้วสินะ??
ว่าโอนิโอนิลูกสาวของข้าหายตัวไปเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่อีกแล้ว
จากการให้การของสาวใช้คนใหม่ บอกว่า
โอนิโอนิสั่งให้นำดอกไม้ไปส่งที่ห้องนอน แต่กลับหกล้มแหกปากร้องไห้
แต่ก็ไม่ตื่นก็เลยรู้ว่ามันเป็นตุ๊กตายางที่สั่งทำพิเศษจากในเมือง
เป็นอย่างที่ข้าว่าหรือเปล่า ท่านอำมาตย์ออลเมท?? "
ราชินีพูดจาอย่างฉฉานก่อนจะหันไปถาม อำมาตย์ออลเมท
" จริงแท้แน่นอนพะยะค่ะ
เพราะข้าสัมผัสลิ้มรสถึงความเป็นของเทียมช่วงหน้าอก
ด้วยมือทั้งสองข้างมาแล้ว อืมม...ตุ๊กตาก็ยังเป็นตุ๊กตาอยู่ยังวันยังค่ำ
ยังไงก็หลอกข้าออลเมทผู้ฉลาดหลักแหลมคนนี้ไม่ได้หรอก หึหึ อ้ากก!! "
อำมาตย์ยังไม่ทันได้ตีหน้าเก๊กหื่นตามคอนเซ็ป
ก็ถูกหวดสวดวิญญาณให้แดดิ้นจมกองเลือดอยู่บนพื้น
ด้วยไม้เบสบอลมิสธิลตอกหมุดพลอยรูบี้เพียงไม้เดียว
ก่อนที่อำมาตย์จะลงไปนอนหัวเราะ คิคิคิ เบา ๆ อยู่ใต้รองเท้าของราชินี
" ยังไงพวกทหารชุดแรกก็เสร็จไปตามระเบียบอยู่แล้ว
ข้าจึงขอให้พวกท่านเหล่าองครักษ์ที่น่ารักช่วยกันตามตัวโอนิโอนิ
กลับมาให้จงได้ โดยสวัสดิภาพกันทุกคนนะจ๊ะ "
ราชินีกล่าวอวยพรให้กับเหล่าองครักษ์ ก็มีเสียงคำถามแทรกขึ้นมา
" ขออภัยองค์ราชินี คือว่า ตอนนี้ มีเพียงแค่ผมคนเดียวเอง
ที่เป็นองครักษ์ในห้องนี้ คนอื่นหายไปไหนหมด
ฉะนั้น ท่านอย่าได้กล่าวหาว่าข้าเป็นคนที่มาช้าที่สุดสิ
อันที่จริงข้าก็ไปตามหาของสำคัญมาด้วยนะ
ข้าคิดว่ามันจำเป็นต้องใช้ในงานนี้แน่ ๆ ล่ะ ข้าก็เลย...อั้ฟ "
หมัดตรงราชินีท่ายอดฮิตสมัยอดีตกาลครั้นยังรู้จักกับพระราชาใหม่ ๆ
ได้ปรากฎในรูปแบบใหม่ คือมีสนับมือเสริมมาด้วย
เลือดที่กลบปาก ซิล ไทรบัล บุรุษหน้าหวาน ไหลออกมาเป็นน้ำตก
ก่อนจะมีเศษแผ่นเหลือง ๆ ร่วงหล่นมาจากเพดานผ่านหน้า ซิล คนนี้
จนต้องชะเง้อมองตามความรู้สึกของมนุษย์ทุกคนที่มี
" ยังซื่อบื้อไร้เทียมทานไม่เปลี่ยนเลยนะ เหมียว "
ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเกาะอยู่บนขื่อเพดานด้วยเล็บเท้า
พรางกับห้อยหัวลงมาเหมือนค้างคาว และ โบกมือทักทาย ซิล
ปากแมวของเธอ พูดโอ้อวด ซิล ขณะที่กำลังขบเคี้ยวอะไรอยู่เต็มปาก
ซึ่ง ซิล ก็พอจับใจความได้ว่า " เดี๋ยวดูข้าให้ดี ๆ ล่ะ "
เล็บเท้าถูกซ่อนไว้ในอุ้งเท้าก่อนที่ร่างจะดิ่งลงเพราะแรงโน้มถ่วง
หล่อนเริ่มควงร่างของตนหลายตลบ กลางเวหา
ผมสีน้ำตาลแดงสั้น ๆ ถึงปลายคาง ที่ไสวไปตามท่าตีลังกา
กับ หูแมวบนหัวที่สั่นกระดุ๊กกระดิ๊กอยู่อย่างไม่เป็นสุข
ดวงตาสีแดงราวกับลมในฤดูใบไม้ร่วง ได้หอบพัดสายตาอันเย้ยหยัน
และ ปากแมวที่ยิ้มแสยะซึ่งเผยฟันเกที่น่ารัก ไปยัง ซิล อย่างไม่ลดละ
ก่อนจะจบการระบำกลางเวหาด้วยการสแตนดิ้งอย่างงดงามด้วยอุ้งเท้าทั้ง 4
แต่.....
อุ๊ฟ!!
ปากของ ซิล ตบรางวัลเป็นค่าชม
ด้วยการจุมพิตส้นเท้าของหล่อนที่หุ้มเกราะอย่างดูดดื่มซาบซ่าน
ในขณะที่ ซิล เองก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะให้การชื่นชมแบบนี้
แต่เท้าของเธอมันก็ลอยมาหาเองโดยไม่ทันตั้งตัว
" แหะ ๆ ลงพื้นผิดพลาด เหมียว "
สาวหูแมวลุกขึ้นมาลูบหัวตัวเองแก้เขินที่สแตนดิ้งผิดพลาดต่อหน้าทุกคน
ด้วยหน้าตาใสซื่อขาวบริสุทธิ์ แต่อีกด้านหนึ่งกลับดำทมิฬ
เพราะ เธอหันมายิ้มแผ่แม่เบี้ยใส่ ซิล บุรุษหน้าหวานผู้สุดซวย 2 ซีนซ้อน
ที่นอนจมกองเลือดเป็นเพื่อนท่านอำมาตย์
แม้ตอนนี้เขาก็ยังหัวเราะ คิคิคิ ใต้รองเท้าของราชินียังไม่หยุด
" สแตนดิ้งผิดพลาดมหาวิมานในละครน้ำเน่าบ้านเธอสิ ยัยเนีย!! "
ซิล ลุกขึ้นมาตะคอกใส่ แมวเห่าแผ่แม่เบี้ย
ในสภาพที่เลือดทะลักออกจากปากเหมือนท่อน้ำประปาแตก
" เป็นการลงพื้นที่สวยงามมาก ๆ เลยค่ะ
คุณ เนียเนีย ทาโบซ่า สตรีผู้มีสายเลือดวิฬารแห่งความชี้แจ้ง
นี่คงเป็นลางดีสินะคะ ที่ คุณเนียเนีย ลงพื้นโดยสวัสดิภาพ
ข้าเห็นเช่นนี้แล้วคงอุ่นใจได้หน่อย หวังว่าพวกท่านคงจะพาตัวลูกสาวข้า
กลับมาโดยปลอดภัยนะคะ?? "
ราชินีปรบมือและเอ่ยชมยกใหญ่ให้แก่เนียเนีย แต่หารู้ไม่ว่า ซิล กำลังคิดในใจอยู่ว่า
" (สวัสดิภาพแค่แกคนเดียวน่ะสิ) "
ซิล เกิดอาการขาทรุดเพราะเสียเลือดจากเรื่องติงต๊องไปมาก
ในขณะเดียวกันก็ได้มีเสียงผู้ชายคล้ายกับสังเคราะห์ผ่านเครื่องจักร
เกิดขึ้นอยู่ข้างหลังของ ซิล เพียงไม่ไกลเกินเอื้อมมือ
ก่อนจะมีผ้าเช็ดหน้าผ่านข้าง ๆ หูของ ซิล ตามมาอย่างกระชั้นชิด
" เช็ดซะสิ คุณซิล "
ซิล รับผ้าเช็ดหน้าพร้อมกับเหลียวหลังหันกลับไปมอง
ร่างกายของเขาที่สูงใหญ่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าคลุมสีดำที่ขาดวิ่นทั้งตัว
สายตาของ ซิล ทอดผ่านสู่เลนส์กระจกสีดำที่หน้ากากกันแก๊ซของชายผู้นั้น
เมื่อสายตาทั้งสองต้องกัน ก็เกิดประกายระยิบระยิบชวนสะอิดสะเอียนขึ้นมา
กระทั่ง ซิล สังเกตุเห็น เนีย และ ราชินี เพ่งเล็งมายังผ้าเช็ดหน้าในมือของเขา
ก็พบกับ ผ้าเช็ดหน้าลายลูกท้อสีชมพูสดใส ที่ไม่เข้ากับตัวของชายร่างยักษ์คนนี้
ก่อนที่ชายผ้าคลุมดำจะพูดต่อหน้าทุกคนขึ้นมาว่า
" หลังจากที่พวกเราร่วมรบเคียงบ่าไหล่กันมานาน
ผมได้รู้สึกถึงความเป็นมิตรภาพของพวกเราผ่านสายเลือดของศัตรู
ศึกแต่ละครั้งมิอาจทดแทนสิ่งที่สุญเสียไปได้ นั่นก็คือ เพื่อน
เพื่อนบนพื้นหมากรุกที่อยู่ภายใต้คำบัญชาของกษัตริย์
ทุกคน ผมรู้สึกว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดี แต่สำหรับคน ๆ นี้แล้ว... "
ชายผ้าคลุมสีดำชะงักกระทันหันเหมือนกับพูดผิดบท
ก่อนจะเกิดอาการเบี่ยงเบนประเด็นโดยการคว้าผ้าเช็ดหน้าจากมือของ ซิล
มาเช็ดเลนส์กระจกบนหน้ากากกันแก๊ซของตน
" ว้ากกก เลือดเต็มเลย ค...ใครมีกระดาษบ้างเนี่ย เหวออ "
ชายผ้าคลุมดำทิ้งโจทย์ให้ทุกคนได้งงกันถ้วนหน้าด้วยอาการป้ำ ๆ เป๋อ ๆ
ขณะที่เหล่าองครักษ์กำลังสนุกสนานกับ ราชินี ฉันท์เพื่อนฝูงนั้น
ทุกคนแลเห็นไม่ ว่าอำมาตย์เฒ่าออลเมทผู้เปี่ยมปัญญาแต่หื่นกามลามกวิปริต
กำลังคลืบคลานอยู่เบื้องล่างจากสายตาทุก ๆ คน ออกจากใต้รองเท้าของราชินี
อย่างระมัดระวังที่สุด เบาที่สุด และ ในที่สุด....
หมับ!!
" กลิ่นอายของสตรีเพศแฝงเล้นซ่อนกายอยู่ภายในผ้าเช็ดหน้าผืนนี้
แม้จิตสัมผัสจะแผ่วเบาแต่ข้าก็รับรู้ถึงมันได้เป็นอย่างดี
เจ้าเป็นองครักษ์ที่นี่มานาน แต่ข้ากลับไม่เคยเห็นใบหน้าเจ้า
ภายใต้หน้ากากเหล็กรูปทรงอัปลักษณ์อันเป็นสัญลักษณ์ของนักเล่นแร่แปรธาตุ
จอมเวทย์ผู้มีมนตราแห่งการเคลื่อนย้าย ดามาริส คูชูเรียน แห่งโคลซีลู
เจ้า...... เป็นใคร!? "
ผ้าเช็ดหน้าภายในมือของชายผ้าคลุมดำถูกแตะต้องโดยอำมาตย์
เพียงแค่ปลายนิ้วก็รับรู้ได้ถึงพลังแห่งสตรีเพศ
ก่อนจะฉวยโอกาสเอื้อมมือคว้าหน้ากากกันแก๊ซสีดำเมี่ยม
หวังเผยโฉมหน้าตาที่แท้จริงขององครักษ์จอมเวทย์คนนี้
แน่นอน ชายผ้าคลุมดำมิอาจปัดป้องมือจากอำมาตย์ซึ่งชราภาพ
ให้หลุดพ้นจากวิถีสะบัดหน้ากากเพราะเกรงว่าจะเสียมารยาท
เปลือกตาทั้งสองของชายผ้าคลุมดำเริ่มหลับเพื่อยอมรับทำใจให้เผยโฉม
ทว่าหยาดน้ำตาที่ไหลจากเทียนบนโคมไฟ
หยดลงผ่านมายังหน้ากากของชายผ้าคลุมดำคนนี้
ฟุ่บ!! วืด!
อำมาตย์ออลเมทผู้มีชื่อเสียงด้านปัญญาและลามกอนาจาร
ความเร็วในการสั่งการของสมองมายังมือนั้น ไม่เคยรอดไปได้สักราย
แต่เขาคว้าไปได้เพียงแค่ลมแห่งความว่างเปล่าที่เบื้องหน้านั้นไม่มีใครอยู่เลย
" ขออภัยนะครับ ท่านอำมาตย์
ข้าเป็นโรคภูมิแพ้อากาศ ขืนถอดตอนนี้ไปข้าได้จามกระจายแน่ "
เสียงที่สังเคราะห์ด้วยเครื่องจักรผ่านหน้ากากดังขึ้น
ณ โคมไฟเหนือหัวของทุก ๆ คน ในห้องโถง
" อย่างน้อย ๆ เจ้าก็น่าจะลงมาได้แล้วนะ เหมียว
เพราะเจ้าอยู่บนหัว ราชินี ตรง ๆ เลยนะนั่นน่ะ "
เนีย ต่อว่าพรางขบเคี้ยวแผ่นเหลือง ๆ อยู่เต็มปาก
ก่อนที่จะหยิบแผ่นเหลือง ๆ นั้นขึ้นมาอีก 1 แผ่น
แต่ ราชินี ก็มิได้เอาเรื่องหรือใส่ใจอะไร ก่อนจะทำหน้ายิ้มอย่างไมตรีให้ทุกคน
" ความว่องไวในการใช้มนต์เคลื่อนย้ายยังดีเยี่ยมเหมือนเดิมเลยนะคะ
งั้น ข้าก็ขอให้พวกท่านรีบ ๆ เดินทางกันตอนนี้เสีย ก่อนจะช้าไม่ทันการ "
ราชินีพูดเสริมขึ้นมา ก่อนที่ ดามาริส จะกระโดดมายังพื้นข้างล่าง
ผ้าคลุมสีดำไสวประดุจควันดำที่พร้อมคร่าทุกชีวิตที่เข้ามาได้ทุกเมื่อ
เลนส์ของหน้ากากเรืองแสงสีเขียวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะปรับสู่สภาพปกติ
" เวทย์มนต์เคลื่อนย้าย ของ ดามาริส คูชูเรียน
มีดแกร่งแห่งวิฬาร ของ เนียเนีย ทาโบซ่า
และ โล่ผู้พิทักษ์ ของ ซิล ไทรบัล
เจ้าทั้งสามจงใช้อาวุธที่เจ้ามีเพื่อปกป้องมิใช่เพื่อเข่นฆ่า
นำพาความสงบสุขสู่บ้านเมือง และ ประชาชน
ฉะนั้น....
อย่าปล่อยให้ องค์หญิง ออกอาละวาดได้เด็ดขาดดด!! "
ท่านอำมาตย์หลุดแแก๊กเล็กน้อย
เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็รู้สึกว่าตัวเองนั้น ได้นอนกองอยู่บนพื้นอีกครั้งเสียแล้ว
" จากสายสืบแจ้งข่าวมาว่า โอนิลูกสาวข้า มุ่งไปยังทิศอุดร
คาดว่าจะเป็นเทือกเขาเฮนัสแห่งพฤกษาสะกดมนต์
ข้าขอให้พวกท่านรีบไปโดยด่วน เพราะใครที่ย่ำกายเข้าไปแล้ว
พลังเวทย์จะถูกสะกัดกั้นทุกขณะจนกว่าเราจะออกไปจนพ้นเขต
ขอให้องครักษ์ทุกคนปฏิบัติการภายใน 1 ชั่วยาม จบการประชุม "
การประชุมร่วมชั่วโมงถูกสรุปการประชุมเพียงไม่ถึงครึ่งนาที
" ในที่สุดก็ถึงตาข้าออกโรงเสียที ข้าอุตส่าห์ไปหามันมาแทบตาย
อยู่เสียใต้ตะกร้าฝั่งในสุด ในที่สุดก็พบมันจนได้
มันเป็นสื่อกลางที่จะพาเราไปยัง องค์หญิง เพียงไม่กี่อึดใจ
นั่นก็คือออออ!!!! "
ทุกคนลุ้นระทึกกับ ซิล บุรุษหน้าหวานที่กำลังควักอะไรออกมาจากถุงกระดาษ...
ณ หน้าปากถ้ำหุบเขาเฮนัส
ควันจาง ๆ สีม่วงราเวนเดอร์ผุดขึ้นมาจากพื้นพสุธา
วงไสยเวทย์เริ่มปรากฎเด่นชัดลอยขึ้นเหนือพื้นหย่อมหญ้า
ก่อนจะเผยร่างองครักษ์ทั้ง 3 คนประจักษ์ต่อความมืดไร้ก้น
" มาถึง โดยสวัสดิภาพนะ เหมียว คิคิ "
เนียเนีย หันไปพูดกับ ซิล ที่นอนอ่วมระทมฤทัย
ทั่วร่างของ ซิล มีร่องรอยบาดแผลอุกฉกรรจ์เหมือนซอมบี้ปางตาย
ก่อนจะลุกขึ้นมาอย่างอิดโรยราวกับศพกระหายเลือด
" ข้าทำอะไรผิดถึงต้องลงไม้ลงมือดั่ง มีดหอกคมดาบ
ความแรงนั้นแลเหมือน โกเลมกับเพื่อนซี้ไททั่น
รุมกระทืบมดตัวน้อย ๆ อย่างไม่ปรานีเช่นนี้...ข้าทำอะไรผิด "
ซิล พูดพรางกับง่อยหงิกด้วยร่างกายที่แข็งทื่อเพราะบาดเจ็บสาหัส
ก่อนจะควักตัวต้นเหตุออกจากถุงกระดาษขึ้นมาอีกครั้ง
" มันก็แค่ กางเกงในขององค์หญิง ไม่ใช่หรือ??
มันมีอะไรให้น่าโกรธกันนักกันหนา
นี่สินะ ที่คุณย่าของข้าเคยพูดว่า ใจหญิงนั้นยากที่จะหยั่งถึง "
ซิล จีบนิ้วยกกางเกงในของเจ้าหญิงโอนิโอนิขึ้นมาสูงเหนือหัวไหล่
พร้อมกับทำหน้าสงสัย จนสายตาของ เนียเนีย และ ซิล
บรรจบกันระหว่าง ช่องลอดขาของกางเกงใน ท่ามกลางเสียงเรไร
เป๊าะ!!
ทันทีที่ เนียเนีย ดีดนิ้วขึ้น ดามาริส ก็หยิบหลอดเก็บตัวอย่างออกมา
" สิ่งที่อยู่ภายในหลอดทดลองหลอดนี้คือ
เส้นผมขององค์ราชินี
ขืนยังไม่เลิกพล่ามเรื่องนี้อยู่ล่ะก็
เห็นทีข้าก็จะต้องเสียมารยาทเรียกองค์ราชินีมาตอนนี้เสียนี่
แล้วถ้าไม่ใช่เพราะข้าที่อ้างเหตุผลเรื่องกางเกงใน
ป่านนี้เจ้าคงกลายเป็นลูกชิ้นปิ้งไปนานแล้ว จำไว้ด้วยนะ เมี้ยว!! "
เนียเนีย แยกเขี้ยวใส่ ซิล ก่อนจึงคว้ากางเกงใน
เข้ากระเป๋าตัวเองเพื่อนำไปคืนแก่เจ้าหญิงโอนิโอนิ
ในขณะเดียวกัน ดามาริส ควักไฟฉายออกมาจากผ้าคลุม
มุ่งหน้าเข้าสู่ความมืดไร้ก้นเพียงลำพัง
ซึ่งปล่อยทั้ง 2 คนทิ้งไว้ให้ทะเลาะกันอยู่ข้างนอก
ครึ่ก ๆ...... แอ๊ดดดด~~
ประตูบานเก่าสนิมจับถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ
หน้าของเด็กสาวที่ขาวใสหมดจดยื่นเข้ามาภายในห้องที่มืดสนิท
กลิ่นฝุ่นคละคลุ้งตลบอบอวน จนเธอต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาอุดจมูก
เท้าที่สวมรองเท้ารัดส้นสีแดง ก้าวเข้ามาภายในห้องอย่างช้า ๆ
ตามมาด้วย แสงเปลวไฟจากมือขวาของเธอ
" นี่มันอะไรกันเนี่ย!? "
เบื้องหน้าของสาวน้อยมัดจุกแกละคือ ห้อง 4 เหลี่ยม ที่กว้างใหญ่
ซึ่งมีทั้งเครื่องยนต์กลไก และสายไฟฟ้าแรงสูงที่โยงกันละเนละนาด
มอนิเตอร์ และ หน้าปัดต่าง ๆ เต็มไปหมดเหมือนกับห้องทดลองอะไรสักอย่าง
ทุกอย่างภายในห้องล้วนแต่เป็นสิ่งที่ เธอ ไม่เคยเห็นมาก่อน
แอ่งน้ำภายในถ้ำ ถูกย่ำเท้าด้วยรองเท้าเหล็กที่มาพร้อมกับคำอธิบายของ ซิล
" เมื่อไม่นานมานี้ ข้าได้ข่าวลือที่ไม่ดีมา
เรื่องของสถานที่แห่งนี้ บ้างก็ว่ากันว่ามีเสียงกลไกดังมาจากข้างในบ้าง
มันมีสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่คอยเฝ้าอะไรสักอย่างภายในถ้ำแห่งนี้
แม้ปู่ข้าซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องลี้ลับท่านก็ได้มาทำเรื่องวิจัยเกี่ยวกับ
สถานที่แห่งนี้ ก่อนที่จะหายสาบสูญไปนี่แหละ "
ซิล เล่าเรื่องข่าวลือให้ ดามาริส และ เนียเนียฟัง
ในขณะที่เดินอยู่ภายในถ้ำ ถึงแม้เสียงจะมั่นใจไม่หวั่นไหวต่อความมืด
แต่อิทธิพลรอบข้างก็ทำให้นิ้วของ ซิล จับผ้าคลุมของ ดามาริส ไม่วางมือ
เนียเนีย ถอนหายใจผายมือระดับไหล่และสายหน้าไปมา
เจาะจงความสมเพสใส่ ซิล ในระดับสูงสุด แค่หมาดูก็ยังรู้
" เอาน่าทั้ง 2 คน ไม่ทะเลาะกันสักวันคงไม่เป็นอะไรมั้งครับ ฮ่า ๆ "
ดามาริส พูดด้วยน้ำเสียงสดใสแม้จะสังเคราะห์ผ่านเครื่องจักร แต่ก็ยังดูมีเสน่ห์
สามารถให้หยุดทะเลาะกันได้ทั้ง 2 คน แม้การตอบสนองของสีหน้านั้น
จะขาวซีดเป็นเผือกต้ม และชี้ไปยัง ดามาริส ที่ถือไฟฉายส่องมายัง ทั้ง 2
" หน้ากากข้าน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ ฮ่า ๆ ไม่เอาน่า
ข้าออกจะชอบมันไปด้วยซ้ำ ทั้งรูปร่างจรดรุปลักษณ์ของมัน "
เผือกต้มจนสุกเละได้ที่ จน ซิล และ เนียเนีย กอดกันแทบแนบเนื้อ
" แบบนี้คงมีอะไรอยู่ข้างหลังข้าสินะ แหะ ๆ "
ทั้งสองพยักหน้าขานรับ ดามาริส ชนิดหลับตาปี๋
วู่บ... แคร้ง!!
เสก็ดไฟลุกวาบจากแขนซ้ายของ ดามาริส
แรงกระแทกจากบางสิ่งทำให้ ดามาริส ถอยล่นไป
" ไม่ธรรมดา... ทุกคนระวังตัวให้ดีนะ "
เสียงเตือนของ ดามาริส ช่วยปลุกสติของทั้ง 2
ที่กำลังกอดกันกลมดิ๊กให้หันกลับมากัดกันอีกครั้งหนึ่ง
" กรี๊ดดดดด~~~~~!! "
" เสียงขององค์หญิงนี่!! "
to be continue